ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กอาชีพของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้นั้น ใครควรจะได้เป็นตัวจริงแทน มาติป มากที่สุด ?

ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กอาชีพของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้นั้น ใครควรจะได้เป็นตัวจริงแทน มาติป มากที่สุด ?
ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กอาชีพของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้นั้น ใครควรจะได้เป็นตัวจริงแทน มาติป มากที่สุด ?

ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กอาชีพของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้นั้น ใครควรจะได้เป็นตัวจริงแทน มาติป มากที่สุด ?

ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม
ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม ในขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการชนะไป 9 เกม กับเสมอ 1 นัด และยังไม่แพ้ใครเลย พวกเขาก็มาได้ข่าวร้าย หลังจากที่ ลอนดอน อีฟนิ่ง สแตนดาร์ด สื่อท้องถิ่นของเมืองผู้ดีบอกว่า โฌแอล มาติป ปราการหลังคนเก่งต้องพักเป็นเวลาถึง 6 สัปดาห์

ฤดูกาลนี้ มาติป ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนการันตีการเป็นคู่หูเบอร์ 1 ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กของ ลิเวอร์พูล ร่วมกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งชาวดัตช์ได้ และช่วยทีมเอาไว้ได้หลายนัด แถมเขายังเคยได้รับการโหวตจากแฟนบอลให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำเดือนกันยายนของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ไปแล้ว

ถ้าหาก มาติป ต้องพักนาน 6 สัปดาห์จริงๆ มันก็จะทำให้เขาอดช่วยทีมหลายนัด โดย 1 ในนั้นคือเกมลีกกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งสำคัญต่อการลุ้นแชมป์สุดๆ คำถามคือในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กอาชีพของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้นั้น ใครควรจะได้เป็นตัวจริงแทน มาติป มากที่สุด ?

– เดยัน ลอฟเรน
เจ้าของตำนานการป่าวประกาศว่าตัวเองเป็นหนึ่ง เซนเตอร์แบ็ก ที่เก่งที่สุดของโลกได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ไปแล้ว 4 นัดจากทุกรายการ แบ่งเป็นเกมลีก 2 นัด, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 หน และ คาราบาว คัพ 1 ครั้ง (ไม่นับรวมเกมกับ อาร์เซน่อล ในวันพุธที่ 30 ตุลาคม) โดยเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมด

ทั้ง 4 นัดที่ว่านั้น มีเพียงเกม คาราบาว คัพ รอบสาม นัดดวลกับ มิลตัน คีย์นส์ ดอนส์ ที่ ลอฟเรน ลงเล่นแล้วทีมไม่เสียประตู นอกนั้นอีก 3 เกม ไม่ว่าจะเป็นเกมลีกกับ เลสเตอร์, เกมลีกกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ เกงค์ “หงส์แดง” ก็เสียประตูทั้งหมด แบ่งเป็นนัดละ 1 ประตู
สไตล์การเล่นของ ลอฟเรน ออกแนวรอดักจังหวะของคู่แข่งมากกว่าการวิ่งไล่บีบคู่แข่ง ซึ่งอาจจะเป็นการส่งผลให้ ฟาน ไดค์ ต้องออกแรงวิ่งมากกว่าเขาและรับหน้าที่ตัวไล่กดดันแทน ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฟาน ไดค์

มักจะรับหน้าที่ตัวอ่านเกมเป็นหลักมากกว่า ถึงกระนั้น ลอฟเรน ก็พอจะมีภาษีด้านการเข้าสกัดที่ดีในระดับหนึ่งในซั่นนี้ เพราะในเกมลีก 2 นัดที่เขาลงเล่นในฤดูกาลนี้นั้น เจ้าตัวมีค่าเฉลี่ยเข้าสกัดโดนบอล 1.5 ครั้งต่อเกม จากการพยายามเข้าสกัดทั้งหมดนัดละ 2 หน

– โจ โกเมซ
อดีตเจ้าของตำแหน่งคู่หูผู้รู้ใจของ ฟาน ไดค์ เมื่อฤดูกาลก่อน โกเมซ โชคร้ายที่โดนอาการบาดเจ็บตรงข้อเท้าเล่นงานเมื่อฤดูกาลก่อน จนทำให้ต้องพักเป็นเวลานาน ซึ่งพอกลับมาแล้วฟอร์มของเขาก็ยังไม่เข้าที่เท่าไหร่
ถึงแม้ฤดูกาลนี้ โกเมซ จะถูกบันทึกว่าได้ลงเล่นในลีกไปแล้ว 3 นัด แต่ถ้าจะว่ากันจริงๆ แล้วมันก็พูดว่าเขาลงเล่นแบบเต็มปากเต็มคำได้เพียงแค่เกมเดียว

นั่นคือนัดเปิดฤดูกาลที่ ลิเวอร์พูล ชนะ นอริช 4-1 เพราะในเกมกับ เชลซี และนัดล่าสุดกับ สเปอร์ส เขาได้ลงเล่นไปเพียงราว 1 นาที กับ 5 นาที ตามลำดับเท่านั้น ส่วนใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาได้ลงเล่นไป 2 นัด ประกอบด้วยการเป็นตัวจริงในเกมกับ แอร์เบ ไลป์ซิก และตัวสำรองในนัดกับ เกงค์ ซึ่งเกมกับ ไลป์ซิก

เขาก็ไม่สามารถช่วยเกมรับของทีมได้ดีเท่าไหร่ เพราะวันนั้น ลิเวอร์พูล เสียไป 3 ลูก
ในช่วงพีคนั้น โกเมซ ถือเป็นกองหลังชั้นยอด และถูกมองว่าจะเป็นกำลังหลักในอนาคตของ ลิเวอร์พูล แต่นั่นคือเรื่องของอนาคต ตอนนี้ โกเมซ ยังดูไม่ฟิตเท่าไหร่ จนทำให้มีจังหวะผิดพลาดอยู่บ้าง ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาเป็นกองหลังสไตล์ขาชนที่เข้าขากับ ฟาน ไดค์ เป็นอย่างดี

– คี-ยาน่า ฮูแฟร์
กองหลังดาวรุ่งชาวดัตช์ได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกเมื่อฤดูกาลก่อน ส่วนซีซั่นนี้ก็ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ไปแล้ว 1 นัด ได้แก่เกม คาราบาว คัพ รอบสามกับ มิลตัน คีย์นส์ ดอนส์ แถมวันนั้นเขาทำประตูได้ด้วย แต่เกมดังกล่าวเจ้าตัวลงเล่นเป็นแบ็กขวา

จุดเด่นของ ฮูแฟร์ คือการเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ด้วยความสูงราว 180 เซนติเมตร แต่ถ้าจะใช้งานเขามันก็ยังถือว่าเสี่ยงเกินไป เพราะเจ้าตัวเป็นคนที่มักจะหลุดตำแหน่งง่ายๆ สมัยเล่นให้ทีมเยาวชนของ ลิเวอร์พูล

– เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก
การเสริมทัพแบบจ่ายเงินค่าตัวจริงจังรายเดียวของ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ในฤดูกาลนี้ ฟาน เดน เบิร์ก ได้ลงเล่นให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีของ ลิเวอร์พูล ในเกม พรีเมียร์ลีก 2 หรือเกมลีกของเยาวชนครบทั้ง 8 นัด แต่ทีมก็เสียประตูมันทุกนัดเหมือนกัน

ฟาน เดน เบิร์ก เป็นกองหลังที่อ่านบอลเก่ง, เคลียร์บอลได้เด็ดขาด และผ่านบอลได้แม่นยำ แต่เขากลับเล่นลูกกลางอากาศได้ไม่ดีเท่าไหร่ ซ้ำร้ายยังครองบอลได้ไม่เหนียวแน่นเท่าที่ควรด้วย ซึ่งเมื่อเอาไปรวมกับการที่เขายังมีอายุเพียง 17 ปี และเพิ่งย้ายมาเล่นในอังกฤษแล้วนั้น การรีบใช้งานเขาจึงดูไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม

สรุป : ลอฟเรน อาจจะมีจังหวะผิดพลาดให้เห็นอยู่บ้างจนดูแล้วไม่น่าไว้เนื้อเชื่อใจเท่าไหร่เมื่อเทียบกับ มาติป แต่เขาก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ และควรจะได้ยืนเป็นกองหลังร่วมกับ ฟาน ไดค์ ไปก่อน จนกว่า มาติป จะหายเจ็บ หรือจนกว่า โกเมซ จะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ อ่านต่อ….

ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม   ติดตามข่าววงการกีฬา วงการฟุตบอล

ติดตามโปรโมชั่นดีๆได้ที่ Line @i99sure

 

 

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*